<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-1139060285783777434</id><updated>2012-02-26T16:39:10.576+07:00</updated><title type='text'>Army Service: Call of Duty</title><subtitle type='html'>บันทึกว่าด้วยการเป็นทหารเกณฑ์</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://dorylinae.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1139060285783777434/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://dorylinae.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>netiwut</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>4</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1139060285783777434.post-532807975339490361</id><published>2010-04-30T23:45:00.000+07:00</published><updated>2010-04-30T23:45:23.855+07:00</updated><title type='text'>การเตรียมตัว</title><content type='html'>เมื่อรู้แน่แท้และแน่นอนแล้วว่าจะต้องไปเป็นทหาร ก็ต้องเตรียมตัวกันหน่อย เพราะจะต้องไปฝึกทหารใหม่เป็นเวลา 2 เดือน เป็น 2 เดือนที่จะไม่มีการติดต่อสือสารจากภายนอก ไร้ซึ่งข้อมูลข่าวสารมากระทบการรับรู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คือตอนนี้ผมก็ยังไม่มีประสบการณ์ แต่เท่าที่สอบถามมาว่าควรจะเตรียมตัวอย่างไร ก็ได้คำตอบว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมากหรอก เตรียมใจอย่างเดียว (ฮา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งจริงๆ ก็เป็นอย่างนั้น เพราะเขาจะไม่ให้เราอะไรไปเลย พวกของใช้ส่วนตัวเขาจะมีให้ทั้งหมด (แม้แต่กางเกงใน) ถ้าพกอะไรไป เขาก็จะให้ฝากไว้ในวันแรก (เรียกง่ายๆ ว่ายึด) แล้ววันกลับจากการฝึกค่อยเอาคืน เงินสด หรือมือถือ ก็ห้ามพก (คงกลัวทหารหนี ฮ่าๆ) แต่ผมก็ตั้งใจว่าจะเอาไปเผื่อฉุกเฉิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่ทหารคนที่ผมไปถามเขาก็แนะนำว่า วันที่ไปส่งตัวทหารก็ควรใส่เสื้อผ้าเก่าๆ แบบถ้าจะทิ้งก็ไม่เสียดาย เพราะตลอดเวลาการฝึกเราจะต้องใส่ชุดที่เขามีให้ ทั้ง ชุดนอน ชุดลำลอง ชุดฝึก ชุดทหาร รองเท้า ถุงเท้า มีให้หมด อุปกรณ์อาบน้ำ แปรงฟัน โกนหนวด ก็มีให้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องเอาอะไรไปเลย มือถือถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเอาไปก็ได้ จริงๆ ก็แค่สำหรับคนที่กลัวหาย เพราะเขาจะยึด (รับฝาก) ไว้ แต่ผมก็เอาเครื่องถูกๆ เน่าๆ ไป ส่วนเงินสด ก็พกติดตัวไปสักร้อยสองร้อยก็พอ เผื่อไว้ใช้ฉุกเฉินหรือเผื่อไว้เป็นค่ารถในวันกลับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้อะไรมากนัก ต้องรอพรุ่งนี้ (1 พ.ค. 2553) เสียก่อน เพราะจะเป็นวันที่ผมเดินทางไปฝึกทหารของจริง (กลับมาจะเล่าให้ฟังต่อว่าเป็นยังไง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครที่สูบบุหรี่ (อย่างผม) เขาบอกเลยว่าห้ามสูบ เพราะการสูบบุหรี่จะเป็นอุปสรรคต่อการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการใช้ร่างกายหนักๆ อย่างการฝึกทหารอาจทำให้เจ็บหน้าอกได้ ผมว่าก็เป็นเหตุผลที่ดี ผมก็เลยลดและเลิกสูบบุหรี่ก่อนไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ขอเตือนเลยสำหรับคนสูบบุหรี่ ว่าทางที่ดีควรจะลด หรือเลิกไปเลยก่อนไป เพราะการไปทั้งๆ ที่ยังเลิกไม่ได้มันน่าจะทรมานเวลาเสี้ยน แต่ถ้าลดได้บ้าง อาจจะเป็นผลดี เพราะช่วงที่อยากสูบบางทีเราจะทดแทนด้วยการออกกำลังกายแบบเสียเหงื่อเยอะๆ ซึ่งจะทำให้เลิกได้ง่าย และเลิกได้ในที่สุด การฝึกทหารก็อาจทำให้เลิกบุหรี่ได้เลย หรือถ้าใครที่เลิกได้ก็ดีใจด้วย (ส่วนจะกลับไปสูบอีกหรือเปล่าก็แล้วแต่)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับผม ผมเลิกสูบก่อนไปประมาณ 3 วัน เพราะผมเคยพยายามเลิกมาครั้งหนึ่งแล้วพบว่า ช่วงแรกๆ ที่ไม่ได้สูบนั้น ร่างกายจะกระสับกระส่าย หงุดหงิดง่ายเวลาต้องใช้สมอง (เช่นเวลามีเรื่องกวนใจหรือเวลาทำงาน) แล้วกล้ามเนื้อจะกระตือรือร้นมาก ผมก็ออกไปวิ่ง แล้วก็วิ่งไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนขาล้าแทบหมดแรง แต่ก็ยังไม่หอบเท่าไร แสดงว่าปอดและหัวใจกำลังปรับตัว ซึ่งก็หมายความว่า การสูบบุหรี่นั้นเปลืองพลังงานปอดและหัวใจอย่างมาก แต่พอเลิกไปได้ประมาณอาทิตย์นึง ก็ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว นอกจากจะออกกำลังกายต่อจนร่างกายเสพติดการออกกำลังกายแทน (แต่ผมกลับเลือกกลับมาสูบ เพราะตอนนั้นแค่อยากลองเลิก ไม่ได้อยากเลิกจริงๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอาล่ะ ผมก็ไม่อยากจะโม้มากกับเรื่องฝึกทหาร เพราะยังไม่มีประสบการณ์ตรง เอาไว้จะมาให้ข้อมูลอีกทีแล้วกัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1139060285783777434-532807975339490361?l=dorylinae.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://dorylinae.blogspot.com/feeds/532807975339490361/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://dorylinae.blogspot.com/2010/04/blog-post_30.html#comment-form' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1139060285783777434/posts/default/532807975339490361'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1139060285783777434/posts/default/532807975339490361'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://dorylinae.blogspot.com/2010/04/blog-post_30.html' title='การเตรียมตัว'/><author><name>netiwut</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1139060285783777434.post-7488984820571620941</id><published>2010-04-20T23:48:00.002+07:00</published><updated>2010-04-20T23:54:45.460+07:00</updated><title type='text'>กลายเป็นคน "ขาด" (แต่ไม่ขี้ขลาด)</title><content type='html'>ผลก็คือ ต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มาที่ไปก็คือ ปีแรกที่เกิดมาอายุ 20 ปี ผมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ก็ได้ไปทำเรื่องผ่อนผันการเกณฑ์ทหารช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นปกติ เพื่อให้ทางมหาวิทยาลัยส่งเรื่องไปที่สัสดีเขต พอเดือนเมษายนปีต่อไป ผมก็จะได้มีรายชื่อเป็นพวกผ่อนผัน ซึ่งไปครั้งแรกนั้นจะมีการตรวจร่างกายเหมือนคนมาเกณฑ์ทหารทั่วไป จากนั้นก็ตรวจดูรายชื่อผ่อนผันถ้ามีชื่อเราก็จะได้ "ใบผ่านการเกณฑ์ทหาร" (แบบ สด.43) มาครอง ในใบจะระบุชัดเจนว่า เรา "ผ่อนผันตามมาตรา 29 (3)" เสร็จแล้วก็กลับบ้านได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทีนี้นอกจากใบ สด.43 แล้ว เราก็จะได้หมายเรียกสำหรับปีถัดไป ซึ่งเราต้องไปรายงานตัวเพื่อรับหมายเรียกทุกปีแม้จะผ่อนผันก็ตาม ปีถัดไปผมก็ไปรายงานตัวปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่อีกปีนี่สิ ด้วยความเลินเล่อ ประกอบกับเป็นช่วงชีวิตที่ไม่มั่นคง ลืมวันลืมคืน ทำให้ผมไม่ได้ไปรายงานตัว กว่าจะนึกได้ก็สองทุ่มของวันนั้นแล้ว (เขาคงจับใบดำใบแดงกันเสร็จแล้วล่ะ) งานเข้าเลยครับพี่น้อง รู้ว่าผิดกฎหมาย แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร และด้วยการที่เป็นคนเรื่อยเปื่อยก็เลยปล่อยไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากนั้นสองเดือน สำนักงานตำรวจฯ ก็ส่งหมายเรียกผู้ต้องหามาที่บ้าน เป็นคดีความอาญา เป็นผู้ต้องหาว่า "เป็นทหารกองเกินไม่ไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียก" ผู้ฟ้องก็ไม่ใช่ใคร สำนักงานเขตที่เราสังกัดอยู่นั่นเอง ตอนนั้นตกใจมาก ไม่รู้จะโดนอะไร ติดคุกหรือเปล่า แล้วเรื่องเรียนล่ะ การเงินยิ่งไม่ค่อยมั่นคงอยู่ แต่ก็ต้องไปไม่งั้นคงเป็นเรื่องใหญ่อีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอไปถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นคนรับเรื่องและนัดให้เราไปก็อธิบาย(เกือบ)ดี แทบไม่รู้เรื่อง แต่สรุปคือต้องไปขึ้นศาลในวันเดียวกันนั้นเลย ผมก็ไปรอที่ศาล นัดกันไว้บ่ายโมง แต่กว่าพี่แกจะมาก็ล่อไปบ่ายสาม นี่ถ้าไม่ทันศาลปิดแล้วจะไปโทษใครล่ะนี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนั่งในศาลก็ให้อารมณ์แปลกๆ ดี เพราะไม่เคยขึ้นศาลมาก่อน ถือเป็นประสบการณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ศาลก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเรา ผมก็ได้แต่ต้องยอมรับเพราะมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ แล้วก็ต้องโทษจำคุก 3 เดือน แต่ให้รอลงอาญา 1 ปี คือตอนนั้นก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร ได้ยินแต่ว่าจำคุกก็ตกใจกันไป แต่คุณตำรวจที่พามาก็บอกว่ารอลงอาญาก็ไม่ต้องไปติดคุกจริงๆ เหมือนเป็นการโดนทัณฑ์บน เสร็จแล้วก็ไปทำเรื่องอีกนิดหน่อยตามระเบียบขั้นตอน แต่ขั้นตอนที่สำคัญก็คือเราต้องคัดคำฟ้อง หมายถึงขอสำเนาเกี่ยวกับคดีของเรา เอาไว้เป็นหลักฐานว่าศาลตัดสินแล้ว คดีสิ้นสุดแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความตกใจยังไม่หายไปไหน เมื่อคุณตำรวจบอกว่า อาจจะผ่อนผันไม่ได้แล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็งานเข้าเลย ที่ผมกังวลก็ไม่พ้นเรื่องเรียนล่ะ เพราะผมลงเรียนไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเขา ไหนจะเป็นช่วงคาบเกี่ยวการเปลี่ยนหลักสูตรอีก กังวลไปต่างๆ นานา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่แล้วปีถัดไปที่ไปรายงานตัว ก็ไม่มีปัญหาอะไร ชื่อผมยังอยู่ในบัญชีคนผ่อนผันอยู่ และยังผ่อนผันต่อไปตามปกติ (จนถึงอายุ 26)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพียงแต่ว่า พอพ้นสิทธิ์ผ่อนผัน หรือสละสิทธิ์เอง จะไม่มีสิทธิ์จับใบดำใบแดง ต้องเป็นทหารทันที&lt;br /&gt;อันนี้ผมก็ไม่กลัวหรอก เพราะผมก็วางแผนไว้ว่าพอเรียนจบก็จะสมัครเป็นทหารอยู่แล้ว เพียงแต่ระยะเวลามันเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหา จะ 6 เดือน หรือ 1 ปี ก็ไม่ต่าง เพราะเป้าหมายผมอยู่ที่การฝึกทหารใหม่ช่วง 2 เดือนแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่กังวลก็แค่ กลัวจะผ่อนผันต่อไม่ได้ ซึ่งมันจะส่งผลกระทบอย่างแรงต่อระบบการเรียนที่ผมวางแผนไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนหน้าที่และสิทธิของผู้ผ่อนผันโดยทั่วไปนั้น ตามที่เขาบอกไว้ก็มีแค่ว่า สามารถสละสิทธิ์ผ่อนผันได้ภายใน 12.00 น. และเมื่อจบการศึกษา หรือออกจากสถานศึกษาเดิม ต้องแจ้งต่อสัสดีภายใน 30 วัน มิฉะนั้นจะมีความผิดอาญา (อีกแล้ว) แต่ตอนที่ผมจบ ผมก็ไม่ได้ไปแจ้ง ก็ไม่เห็นมีอะไร แถมยังผ่อนผันต่อได้อีกตั้ง 2 ปี (อันนี้ไม่รู้จริงๆ เขาอาจจะอะลุ่มอะหล่วย แต่ไม่ชัวร์ก็อย่าทำแบบผมเลย ทำตามระเบียบกฎหมายเถอะ)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1139060285783777434-7488984820571620941?l=dorylinae.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://dorylinae.blogspot.com/feeds/7488984820571620941/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://dorylinae.blogspot.com/2010/04/blog-post_20.html#comment-form' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1139060285783777434/posts/default/7488984820571620941'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1139060285783777434/posts/default/7488984820571620941'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://dorylinae.blogspot.com/2010/04/blog-post_20.html' title='กลายเป็นคน &quot;ขาด&quot; (แต่ไม่ขี้ขลาด)'/><author><name>netiwut</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1139060285783777434.post-2469678854062354825</id><published>2010-04-07T20:20:00.002+07:00</published><updated>2010-07-31T21:56:41.175+07:00</updated><title type='text'>การเกณฑ์ทหาร</title><content type='html'>- ว่าด้วยระเบียบ กฎหมาย ขั้นตอน คำศัพท์ -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาไปอ่านเอกสารของทางราชการ ไม่ว่าจะเป็นระเบียบการหรือตัวบทกฎหมาย ผมเชื่อว่าหลายคนต้องพบกับความงงงันตีสีหน้าแสดงความไม่เข้าใจออกมาอย่างแน่นอน ก็รูปประโยคและคำศัพท์ที่ใช้มันไม่เป็นที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวันเลยนี่ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการเกณฑ์ทหาร จริงๆ ก็สามารถหาข้อมูลได้ในอินเตอร์เน็ตนี่แหละ เข้ากูเกิ้ลแล้วพิมพ์ว่า "เกณฑ์ทหาร" ก็เป็นอันเรียบร้อย แต่ในที่นี้ผมจะขออธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ตามที่ผมรู้มาก็แล้วกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเกณฑ์ทหาร เป็นหนึ่งในขั้นตอนของการรับราชการทหารซึ่งจะประกอบด้วยระเบียบการดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;"การขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน" ในปีที่อายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ ตามกฎหมายจะเรียกว่าอายุย่างเข้า 18 นั่นแหละ ปีนั้นชายไทยทุกคนจะต้องไปแสดงตนขึ้นทะเบียนทหารกองเกินที่สัสดีเขตของสำนักงานเขตที่ตนอาศัยอยู่&lt;/li&gt;&lt;li&gt;"การรับหมายเกณฑ์" คือทหารกองเกินที่ขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เมื่อมีอายุครบ 20 ปี หรือย่างเข้า 21 ปี จะต้องไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียกภายในปีนั้น&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;"การเกณฑ์ทหาร" คือ การเข้ารับการตรวจเลือกตามวันนั้นหมายที่ปรากฏใน "หมายเรียก"&lt;br /&gt;หากได้รับการคัดเลือก ก็จะต้องเข้ารับราชการเป็นทหารต่อไปเป็นระยะเวลา 2 ปี แต่ก็มีการลดเวลาตามวุฒิการศึกษาคือ ถ้าปริญญาตรีกับอนุปริญญา (หรือ ปวส.) ก็จะรับราชการ 1 ปี แต่หากร้องขอสมัครเป็นทหาร จะเป็นแค่ 6 เดือน ส่วนวุฒิม.6 กับ ปวช. จะรับราชการ 2 ปี แต่หากร้องขอก็จะเป็น 1 ปี ซึ่งอันหลังนี่ไม่ต่างจากปกติ แต่แสดงวุฒิการศึกษาไว้เพื่อให้เขารู้ว่าเรามีความรู้ก็น่าจะเป็นข้อได้เปรียบกว่า (ความเห็นส่วนตัวนะครับ)&lt;/li&gt;&lt;li&gt;"การเรียกพลของทหารกองหนุน" คือ แม้ว่าจะผ่านการฝึกวิชาทหาร และรับราชการในกองประจำการจนครบแล้ว ("ปลดประจำการแล้ว") เราจะยังมีภาระเป็น "ทหารกองหนุน" คือเมื่อมีหมายเรียกพลก็จะต้องไปรายงานตัวอยู่ดี ซึ่งกรณีนี้ไม่ค่อยพบแล้วครับ เพราะไม่ใช่ยุคสงคราม&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;div&gt;จะเห็นได้ว่า "การเกณฑ์ทหาร" ที่เรียกกันนั้นจะหมายถึงการเข้ารับการตรวจเลือกนั่นเอง ซึ่งหากเป็นทหารกองเกินยังไม่เข้ากองประจำการ จะต้องไป "รายงานตัวเพื่อรับหมายเรียก" ของปีถัดไปทุกปีตามวันเวลาที่กำหนด ไม่งั้นก็จะถือว่า "ขาด" ซึ่งมีโทษทางกฎหมาย จะต้องถูกดำเนินคดีเพื่อให้ศาลตัดสินลงโทษ และปีถัดไปก็จะกลายเป็น "คนหลีกเลี่ยง" ซึ่งไม่สามารถจับใบดำใบแดงได้อีก ถูกบังคับให้เป็นทหารอย่างเดียว แต่ยังสามารถยื่นวุฒิการศึกษาเพื่อลดระยะเวลาเข้ารับราชการกองประจำการได้อยู่&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่นี่เลยครับ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2"&gt;http://th.wikipedia.org/wiki/การเกณฑ์ทหารในประเทศไทย&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://www.defence.thaigov.net/inform/soldier1.htm"&gt;http://www.defence.thaigov.net/inform/soldier1.htm&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คำศัพท์ที่ใช้กัน สำหรับคนที่ไม่มีความรู้เรื่องการเกณฑ์ทหารมาก่อน ย่อมไม่เข้าใจเป็นแน่ เพราะคำที่ใช้นั้นจะมีบริบทซ่อนอยู่ งั้นผมก็จะอธิบายให้แบบง่ายๆ ก็แล้วกัน เท่าที่นึกออกนะครับ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;"การรับราชการทหาร" -- ชายไทยทุกคนจะมีภาระผูกพันกับการรับราชการทหารตั้งแต่อายุ 18 ปีบริบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นแบบ "ทหารกองหนุน" หรือ "ทหารกองเกิน" ก็ตาม&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;"ทหารกองหนุน" -- ก็คือทหารที่ปลดจากกองประจำการแล้ว และพวกที่เรียน รด. ปี 3 ขึ้นไป&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;"ทหารกองเกิน" -- ชายไทยผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่ถึง 30 ปีบริบูรณ์ ที่ได้ขึ้นทะเบียนทหารกองเกินแล้ว&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;"การขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน" หรือ "การลงบัญชีทหารกองเกิน" -- ก็ตามที่อธิบายไว้ในข้อ 1 (แล้วจะบอกทำไม -*-) แต่เพิ่มเติมอีกหน่อยว่า การขึ้นทะเบียนฯ จะต้องไปขึ้นทะเบียนที่งานสัสดีของสำนักงานเขตตามที่อยู่อาศัยในทะเบียนบ้าน หรือบัตรประชาชนในขณะนั้น และเขตหรืออำเภอนั้นจะเป็น "ภูมิลำเนาทหาร" -- ก็คือเขตหรืออำเภอท้องที่ที่เราได้ไปขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน และภูมิลำเนาทหารจะมีเพียงแห่งเดียวตลอด แม้จะย้ายที่อยู่ในภายหลังก็ตาม หมายความว่า ซึ่งหากต้องการจะเปลี่ยนภูมิลำเนาทหาร ก็ต้องไปแจ้งอีกที&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;วันที่ไปขึ้นทะเบียนทหารกองเกินนั้น จะต้องมี สูติบัตร บัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อบิดาหรือมารดาอยู่ด้วย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเราก็จะได้ "ใบสำคัญทหารกองเกิน (แบบ สด.9)" มาไว้ในมือ ใบนี้้องเก็บไว้ให้ดีนะครับ ห้ามหายเด็ดขาด&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;"หมายเรียก" หรือ "หมายเกณฑ์" -- คือใบนัดที่จะระบุวันเวลาและสถานที่ให้เราไปรายงานตัวหรือเข้ารับการตรวจเลือก (เกณฑ์ทหาร) โดยปกติแล้วแต่ละเขตหรืออำเภอก็จะเป็นวันเดียวกันในทุกๆ ปี เช่น เขตบางเขนก็จะเป็นวันที่ 7 เมษายน ของทุกปี (การเกณฑ์ทหารทั่วประเทศอยู่ระหว่าง 1-12 เมษายน ของทุกปีครับ)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ส่วนใครที่กำลังเรียนอยู่ แล้วต้องการผ่อนผัน ก่อนอื่นต้องไปทำเรื่องที่มหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษาเสียก่อน เพื่อให้เขาส่งเรื่องไปยังสัสดีเขตหรืออำเภอที่เราสังกัดอยู่ โดยปกติจะต้องทำเรื่องผ่อนผันก่อนเดือนพฤศจิกายนในปีที่เราอายุ 20 ปี เพราะปีถัดไปเราจะอายุ 21 ปี (บอกทำไม --") ซึ่งเราจะต้องไปตามหมายเรียกที่รับมา หากเราไม่ทำเรื่องผ่อนผันไว้ก่อน ก็จะไม่มีสิทธิ์ผ่อนผันได้ และเรื่องใดๆ ระเบียบขั้นตอนใดๆ ที่เกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารนี้ ไม่สามารถทำย้อนหลังได้นะครับ ไม่ว่าเราจะยื่นเรื่องยังไง เพราะกฎหมายระบุไว้ชัดเจนแล้ว เราจะอ้างว่าไม่รู้นั้นไม่ได้เลย ใครที่อายุ 20 ปีแล้ว ยังเรียนอยู่แล้วต้องการผ่อนผัน ก็ขอให้ศึกษาเรื่องนี้ให้ดีๆ ก่อนที่จะสายเกินไป โดยสามารถเข้าไปถามไถ่ที่สัสดีเขตหรืออำเภอได้เลย ไม่ต้องกลัวครับ &lt;b&gt;เราต้องกล้าเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของเรา&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;"การรายงานตัวเพื่อรับหมายเรียก" -- กรณีพวกผ่อนผัน ในปีแรกเราต้องเข้ารับการตรวจเลือกก่อน เหมือนกับการกรอกทะเบียนประวัติเวลาเข้าโรงพยาบาลครั้งแรกนั่นแหละ ส่วนปีต่อๆ ไป ก็ไม่ต้องตรวจแล้ว แต่ต้องไปรายงานตัวทุกปี เพื่อรับหมายเรียกในปีถัดไปจนกว่าจะเรียนจบ หรือจนกว่าจะอายุครบ 26 ปีบริบูรณ์&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่ถ้าปีไหนไม่ไปรายงานตัวแล้วไม่มีคนไปแทนเพื่อแจ้งเหตุสุดวิสัย จะถือว่า "ขาด" ซึ่งผิดกฎหมาย ต้องดำเนินคดีกันต่อไป งานเข้าเลยล่ะครับทีนี้ (ผมมีประสบการณ์ตรงมาแล้ว ซึ่งจะเล่าในโอกาสต่อไป)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;"ขาด" -- ก็หมายถึงว่า เราไม่ไปรายงานตัวเพื่อรับหมายเรียกนั่นเอง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;"คนหลีกเลี่ยง" -- เมื่อเป็นคนขาดแล้ว ดำเนินคดีเรียบร้อย ศาลลงโทษเสร็จสิ้น ปีถัดไปเราก็จะกลายเป็นคนหลีกเลี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (จะเล่นคำให้งงทำไมเนี่ย --") คือในปีนั้นจะไม่มีสิทธิ์ร้องขอหรือจับใบดำใบแดง จะต้องเข้ารับราชการทันที ซึ่งสิทธิต่างๆ ในการลดหย่อนจะเทียบเท่าพวกจับโดนใบแดงเลยครับ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;"ร้องขอ" -- คือพวกที่เข้ารับการตรวจเลือก แล้วต้องการสมัครเป็นทหารเข้ากองประจำการในปีนั้น โดยพวกที่ร้องขอนั้นจะสามารถเลือกได้ว่าจะไปอยู่ทหารบก ทหารเรือ หรือทหารอากาศ ครับ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;"ทบ.1" -- ก็คือทหารบก ผลัด 1 ไอ้ตัวย่อข้างหน้าคงเดากันได้อยู่แล้ว ผมจะอธิบายเรื่องตัวเลขแล้วกัน คือการเข้ารับราชการทหารของทหารกองเกินจะมีสองผลัด คือ ผลัด 1 และ ผลัด 2 ... -*-&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;"ผลัด 1" -- คือเข้ารับการฝึกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม&lt;br /&gt;"ผลัด 2" -- คือเข้ารับการฝึกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ใครที่ต้องเป็นทหาร ไม่ว่าจะสมัคร โดนใบแดง หรือหลีกเลี่ยง แล้วต้องการใช้สิทธิลดหย่อน จะต้องยื่นหลักฐานการศึกษาภายในวันที่เกณฑ์เท่านั้นนะครับ ไม่สามารถยื่นย้อนหลังได้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ส่วนหลักฐานอื่นๆ ที่ต้องนำไปในวันตรวจเลือกก็จะมี ใบสำคัญทหารกองเกิน (แบบ สด.9) หมายเรียก (แบบ สด.35) และบัตรประชาชน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เมื่อขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสิ้น สิ่งที่จะต้องเอากลับบ้านมาด้วย (นอกจากหลักฐานที่เอาไปเอง) ก็คือ "ใบผ่านการเกณฑ์ทหาร (แบบ สด.43)" อันนี้ทุกคนต้องได้นะครับ ไม่สำคัญว่าจะผ่อนผันหรือเป็นทหารเลย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ส่วนคนที่จะได้เป็นทหารในปีที่เกณฑ์นั้น นอกจากใบ สด.43 แล้ว ก็จะมีหมายเรียกอีกใบ ซึ่งเป็น "หมายนัดเข้ารับราชการทหาร (แบบ สด.40)" เพื่อนำไปรายงานตัวตามวันเวลาและสถานที่ที่นัดหมาย แล้วก็ไปเป็นท.ทหารอดทนกัน&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1139060285783777434-2469678854062354825?l=dorylinae.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://dorylinae.blogspot.com/feeds/2469678854062354825/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://dorylinae.blogspot.com/2010/04/blog-post.html#comment-form' title='20 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1139060285783777434/posts/default/2469678854062354825'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1139060285783777434/posts/default/2469678854062354825'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://dorylinae.blogspot.com/2010/04/blog-post.html' title='การเกณฑ์ทหาร'/><author><name>netiwut</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>20</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1139060285783777434.post-1251185530074814896</id><published>2010-04-04T23:31:00.006+07:00</published><updated>2010-07-25T16:35:54.588+07:00</updated><title type='text'>เกริ่นนำ</title><content type='html'>&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อสมัยม.ปลาย เด็กผู้ชายส่วนใหญ่ก็มักจะไปเรียน รด. กันเป็นเรื่องปกติซึ่งสาเหตุหลักก็คือจะได้ไม่ต้องเกณฑ์ทหารในอนาคต ส่วนตัวผมเองนั้นไม่ได้เรียนไปกับเขา เพราะขี้เกียจก็ส่วนหนึ่ง กับอีกส่วนหนึ่งคือไม่เห็นมันจะน่าเรียนตรงไหน การเรียน รด. เพื่อจะได้ไม่ต้องเกณฑ์ทหารก็เป็นเหตุผลที่ไม่ดีพอในความคิดผม เพราะเรียน รด. ต้องเรียนตั้งสามปี ขณะที่การไปเป็นทหารเกณฑ์ อย่างมากก็สองปี ซึ่งความเป็นจริงก็น้อยกว่านั้น เพราะยังไงผมก็เรียนจบปริญญาตรีอยู่แล้ว ก็จะลดระยะเวลาประจำการเหลือ 6 เดือน (กรณีสมัคร) หรือ 1 ปี (กรณีโดนใบแดง) แล้วการเป็นทหารก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน สำหรับผมในตอนนั้นมันน่าสนใจด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนที่อาจารย์แนะแนวมาถามไถ่ถึงเรื่องการไม่เรียน รด. ผมก็ตอบไปด้วยความมั่นใจว่า ผมจะสมัครเกณฑ์ทหารครับ ง่ายๆ ตัดปัญหาจะได้ไม่ต้องอธิบายอะไรกันยืดยาว&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ผมก็ไม่ใช่คนที่จะเชื่อคำโฆษณาที่ว่า "เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด" หรือคุณค่า ค่านิยมมากมายที่ปลูกฝังกัน เช่น หน้าที่ลูกผู้ชายไทย เรื่องพวกนั้นไม่ได้มีผลกับการติดสินใจของผมเลยแม้แต่น้อย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จริงๆ แล้วผมก็ไม่ได้อยากเป็นทหารอะไรมากมายนัก แค่เห็นว่ามันไม่เห็นจะเป็นเรื่องเดือดร้อนจนถึงขั้นต้องดิ้นรนเรียน รด. เพื่อจะได้รอดพ้นอะไรแบบนี้ แถมตอนนั้นผมเองก็มีความคิดอยากจะเป็นครู ซึ่งถ้าเป็นครูมันก็ไม่ต้องมาเป็นทหาร หรือต่อให้ไม่ได้เป็นครู เรียนจบมาก็สมัครเป็นทหาร จากนั้นค่อยมาหาอะไรทำกันต่อก็ไม่เสียหายอะไร ไม่ใช่แค่ไม่เสียหาย ผมว่ามันน่าจะได้ประสบการณ์ที่ดีอยู่เหมือนกัน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือว่า ตอนนั้นก็เล่นกีฬา แล้วก็สนใจพวกศิลปะการต่อสู้ ก็เลยทำให้บ้าพลังอยู่เหมือนกัน ชอบออกกำลังกายแบบสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแกร่งยืดหยุ่นคล่องตัว ก็เลยคิดว่าการไปเป็นทหารแบบจริงจังน่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายได้พอสมควร&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ ผมจึงไม่เคยมีความคิดกลัวการเป็นทหารเลย อยากเป็นด้วยซ้ำไป คิดเสียว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดี&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1139060285783777434-1251185530074814896?l=dorylinae.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://dorylinae.blogspot.com/feeds/1251185530074814896/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://dorylinae.blogspot.com/2010/04/test.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1139060285783777434/posts/default/1251185530074814896'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1139060285783777434/posts/default/1251185530074814896'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://dorylinae.blogspot.com/2010/04/test.html' title='เกริ่นนำ'/><author><name>netiwut</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
